Sanyanggae LogoSanyanggae

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น

ชิปมังก์ไซบีเรีย

Squirrel

การจำแนกและชื่อวิทยาศาสตร์: Eutamias sibiricus

วันที่ตรวจสอบข้อมูล:

ชิปมังก์ที่แยกด้วยลายหลังและกระพุ้งแก้ม

ชิปมังก์ชนิดนี้สังเกตได้จากลายบนหลังและกระพุ้งแก้ม หน้านี้กล่าวถึงชิปมังก์ไซบีเรียที่พบได้ในคาบสมุทรเกาหลี

ที่มาและการกระจาย
เอเชียเหนือรวมคาบสมุทรเกาหลี

  • ลายทาง
  • กระพุ้งแก้ม
  • สะสมอาหาร
  • พื้นป่า
ภาพถ่ายอ้างอิงชิปมังก์ไซบีเรีย

ภาพถ่ายอ้างอิง

ภาพถ่ายอ้างอิงของชิปมังก์ไซบีเรีย โปรดดูสีและรูปร่างของตัวในภาพร่วมกับคำอธิบายการระบุในเนื้อหา

แหล่งข้อมูล: AndiW 10:51:45, 2005-09-04 (UTC) · ข้อมูลต้นทาง · Public domain

1. การจำแนก ที่มา และถิ่นอาศัย

ชิปมังก์ในหน้านี้หมายถึงชิปมังก์ไซบีเรียที่พบได้ในคาบสมุทรเกาหลี แหล่งข้อมูลอาจใช้ชื่อ Eutamias sibiricus หรือชื่อสกุลเดิมว่า Tamias sibiricus คำว่า squirrel ในภาษาอังกฤษยังรวมถึงกระรอกแดงยูเรเชียและกระรอกต้นไม้อีกหลายชนิด จึงไม่ควรใช้ภาพทุกภาพจากการค้นคำนี้เป็นภาพของชนิดนี้ สัตว์ชนิดนี้อาศัยในป่าและชายป่าของเอเชียเหนือ โดยเคลื่อนที่บนพื้นดิน ตามซอกหิน และระหว่างต้นไม้ พื้นป่าที่มีใบไม้ร่วงและพุ่มไม้เป็นพื้นที่หาอาหารและหลบซ่อน ประชากรในบางพื้นที่ของยุโรปเกิดจากการนำเข้าโดยมนุษย์ จึงต้องแยกจากบันทึกในเขตกระจายพันธุ์ดั้งเดิม

2. รูปลักษณ์และวิธีแยกแยะ

บนหลังสีน้ำตาลมีแถบยาวสีอ่อนและสีเข้มเรียงขนานกัน ส่วนท้องมีสีค่อนข้างอ่อน เมื่อเทียบกับสัตว์อย่างกระรอกแดงยูเรเชียที่หลังดูเป็นสีเดียว ลายทางจึงเป็นจุดสังเกตสำคัญ กระพุ้งแก้มด้านในใช้เก็บอาหารได้ชั่วคราว แก้มที่ดูพองจึงไม่ใช่รูปทรงศีรษะถาวร หางยาวช่วยรักษาสมดุลขณะเคลื่อนที่ แต่ไม่ได้พันจับสิ่งของเหมือนหางของลิงที่ใช้จับสิ่งของได้ ภาพที่ใช้เท้าหน้าจับอาหารเปิดโอกาสให้สังเกตนิ้วและเล็บ สีขนและความอวบของร่างกายอาจต่างกันตามแสง ฤดูกาล และภาวะอาหาร

3. พฤติกรรมและวิถีชีวิต

แม้เป็นที่รู้จักจากการเก็บเมล็ดและผลไม้ แต่ก็ใช้สัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหารด้วย เมื่อพบอาหารจะไม่ได้กินทั้งหมดทันทีตรงจุดนั้นเสมอไป แต่อาจใส่กระพุ้งแก้มเพื่อนำไปที่อื่นหรือเก็บสะสม พฤติกรรมนี้เชื่อมกับการใช้แหล่งอาหารที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล มักสังเกตการทำกิจกรรมได้ในเวลากลางวัน โดยวิ่งบนพื้นป่าแล้วขึ้นไปบนต้นไม้หรือก้อนหิน ไม่ควรอธิบายชีวิตในโพรงและการใช้อาหารสะสมในฤดูหนาวอย่างง่าย ๆ ว่านอนหลับโดยไม่ตื่นตลอดเวลา แม้เห็นหลายตัวในบริเวณเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาว่าอาหารมารวมกันตรงนั้นหรือไม่และแต่ละตัวเว้นระยะกันอย่างไร จึงจะเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคม

4. การสังเกต คุ้มครอง และดูแล

เมื่อพบชิปมังก์ในป่า ควรสังเกตกระบวนการหาอาหารด้วยตนเอง แทนการยื่นขนมหรือถั่วที่คนกินเพื่อล่อให้เข้ามาใกล้ ร่างกายเล็กไม่ได้หมายความว่าจะจับหรือสัมผัสได้ การบันทึกลายบนหลัง หาง และเท้าหน้าที่ใช้จับอาหารร่วมกันในภาพช่วยลดความสับสนกับกระรอกชนิดอื่น ใบไม้ร่วง ไม้ล้ม และพื้นที่รอบปากโพรงบนพื้นป่าใช้สำหรับเคลื่อนที่และหลบซ่อน จึงไม่ควรเก็บออกหรือปิดกั้น ในพื้นที่ที่ถูกนำเข้า ต้องประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่นแยกจากความน่ารักของรูปลักษณ์ สิ่งสำคัญคือไม่ถือว่าการหลุดออกจากการเลี้ยงกับการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่าเป็นการแพร่กระจายตามธรรมชาติอย่างเดียวกัน

หลักฐานและเอกสารอ้างอิง